บทที่ 8 วิวาห์ฉุกเฉิน ทวงคืนหัวใจ EP8

“ฉันต้องไปคุยธุระส่วนตัวกับหุ้นส่วนจากสิงคโปร์ทางด้านโน้น” ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมากระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นจัดเป่ารดผิวแก้มจนคนฟังรู้สึกชาวาบ “เธอไปยืนพักที่มุมเครื่องดื่มก่อน อย่าเดินไปไหนไกลและอย่าคุยกับใครที่ดูไม่น่าไว้วางใจ เข้าใจไหม”

แก้วกรุณาพยักหน้ารับคำสั่ง ชายหนุ่มจึงยอมปล่อยมือจากเอวคอดแล้วก้าวเดินจากไปพร้อมกับเลขาคนสนิท หญิงสาวถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอกที่ได้หลุดพ้นจากสายตาจับผิดชั่วคราว เธอเดินเลี่ยงผู้คนไปหยุดยืนอยู่ที่มุมเครื่องดื่มมุมหนึ่งของห้องจัดเลี้ยง มือบางเอื้อมไปหยิบแก้วน้ำแร่เย็นฉ่ำขึ้นมาจิบเพื่อดับความกระหาย

“แก้ว...แก้วจริงๆ ด้วย”

เสียงเรียกชื่อที่คุ้นเคยทว่าน่ารังเกียจที่สุดในชีวิตดังขึ้นจากทางด้านหลัง แก้วกรุณาชะงักงัน ร่างกายเย็นเฉียบขึ้นมาทันทีราวกับถูกสาดด้วยน้ำน้ำแข็ง หญิงสาวค่อยๆ หมุนตัวกลับไปมอง ก่อนที่ดวงตากลมโตจะเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนขยะแขยง

ผู้ชายรูปร่างผอมสูงในชุดสูทเช่าสีเทาที่ดูหลวมเกินพอดีกำลังยืนฉีกยิ้มกว้างส่งมาให้เธอ กฤตย์ อดีตคนรักสารเลวที่ทิ้งหนี้พนันนอกระบบก้อนโตไว้ให้เธอเผชิญชะตากรรมเพียงลำพัง เขาสามารถเล็ดลอดการรักษาความปลอดภัยเข้ามาในงานระดับวีไอพีแห่งนี้ได้อย่างไร เธอไม่อาจทราบได้ แต่สายตาหิวกระหายที่เขากวาดมองเรือนร่างและสร้อยคอเพชรของเธอมันฟ้องชัดเจนถึงความโลภที่ฝังรากลึกในสันดาน

“สวยขึ้นจนผมแทบจำไม่ได้เลยนะ” กฤตย์ขยับเท้าเข้ามาใกล้ สายตาโลมเลียอย่างจาบจ้วง “เห็นข่าวในเน็ตตอนแรกผมยังนึกว่าตาฝาด ไม่คิดเลยว่าแฟนเก่าของผมจะตกถังข้าวสารใบเบ้อเริ่ม กลายเป็นคุณนายภักดีกรุ๊ปไปซะแล้ว”

“คุณเข้ามาที่นี่ได้ยังไง” แก้วกรุณาเค้นเสียงถาม ถอยหลังรักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เสนียดจัญไรมาแปดเปื้อนชุดราคาแพงของเธอ

“ผมก็สวมรอยเป็นผู้ช่วยช่างภาพของสำนักข่าวตามพวกนักข่าวเข้ามาน่ะสิ” เขาตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน ยักไหล่ด้วยท่าทางกวนประสาท “ผมตั้งใจมาหาคุณโดยเฉพาะเลยนะแก้ว ตอนที่เห็นคุณเดินควงไอ้ประธานนั่นเข้างาน ผมแทบคลั่ง คุณเอาตัวเข้าแลกเพื่อปลดหนี้ให้ผมใช่ไหม ผมรู้ว่าลึกๆ แล้วคุณยังรักผมอยู่”

ความหลงตัวเองและหน้าด้านหน้าทนของคนตรงหน้าทำให้แก้วกรุณารู้สึกคลื่นไส้จนแทบอาเจียน หญิงสาวเชิดหน้าขึ้น นัยน์ตาที่เคยอ่อนโยน ตอนนี้แข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความสมเพช

“อย่าเอาความคิดสกปรกของคุณมาตัดสินคนอื่น” เธอตอกกลับด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “ฉันไม่ได้ทำอะไรเพื่อคุณทั้งนั้น หนี้ที่คุณก่อไว้มันถูกชำระไปแล้วพร้อมกับการตัดขาดความสัมพันธ์ที่แสนจะน่ารังเกียจระหว่างเรา ออกไปจากที่นี่ซะ ก่อนที่ฉันจะเรียกพนักงานรักษาความปลอดภัยมาลากคอคุณออกไป”

กฤตย์หน้าตึงไปชั่วขณะเมื่อถูกตอกหน้าหงาย ทว่าความโลภก็ทำให้เขาไม่ยอมล่าถอย ชายหนุ่มเหลือบมองสร้อยคอแซฟไฟร์ที่ส่องประกายเย้ายวนใจอีกครั้ง ก่อนจะเปลี่ยนท่าทีเป็นอ้อนวอน

“โธ่แก้ว อย่าใจร้ายกับผมสิ ตอนนี้คุณมีเงินเป็นสิบล้านแล้ว แบ่งมาให้ผมตั้งตัวสักสองสามล้านจะเป็นไรไป ถือซะว่าเป็นค่าปิดปากเรื่องในอดีตของเราไง ถ้าพวกไฮโซในงานนี้รู้ว่าคุณนายของประธานภักดีกรุ๊ปเคยอยู่กินกับผีพนันในสลัมมาก่อน ภาพลักษณ์สวยหรูของคุณคงป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดีแน่”

‘นี่เขาถึงขั้นกล้าแบล็กเมลฉันอย่างนั้นเหรอ’

แก้วกรุณากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความหวาดกลัวที่เคยมีต่อผู้ชายคนนี้มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความโกรธแค้น เธอเพิ่งตระหนักได้เดี๋ยวนี้เองว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาเธอตาบอดแค่ไหนที่เคยมอบความรักให้กับผู้ชายเศษเดนคนนี้

“คุณคิดว่าคำขู่โง่ๆ ของคุณจะทำอะไรฉันได้งั้นเหรอ” เธอเหยียดยิ้มเย็นชา “ถ้าคุณกล้าอ้าปากพูดแม้แต่คำเดียว ฉันรับรองได้เลยว่าคุณจะไม่มีโอกาสได้เดินออกไปจากโรงแรมนี้ด้วยสภาพที่ครบสามสิบสองประการแน่”

“ปากดีนักนะอีแก้ว” กฤตย์ฟิวส์ขาดเมื่อถูกข่มขู่กลับ เขาพุ่งตัวเข้าไปคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้อย่างแรงจนหญิงสาวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด “ทำเป็นหยิ่งนักเหรอ ถ้ายอมอ้าขาให้ไอ้เศรษฐีนั่นเอาได้ ทำไมจะกลับมาปรนเปรอผัวเก่าอย่างกูไม่ได้วะ ส่งเงินมาให้กูเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นกูจะแฉมึงให้หมดหน้าตักเลย”

แก้วกรุณาพยายามสะบัดมือออกจากการเกาะกุม ทว่าแรงของชายฉกรรจ์มีมากกว่า เธอเตรียมจะอ้าปากร้องเรียกขอความช่วยเหลือ แต่ยังไม่ทันที่เสียงใดจะหลุดรอดจากลำคอ เงาดำสายหนึ่งก็ทาบทับลงมาปกคลุมร่างของคนทั้งคู่อย่างรวดเร็ว

มือหนาแข็งแกร่งราวกับคีมเหล็กพุ่งเข้าบีบลงบนลาดไหล่ของกฤตย์อย่างรุนแรงจนได้ยินเสียงกระดูกลั่น ชายเสเพลร้องโอดโอยและจำต้องปล่อยมือจากแก้วกรุณาทันที ร่างของเขาทรุดลงคุกเข่ากับพื้นด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส

อาทิตย์ตะวันยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลัง นัยน์ตาสีเข้มจัดของเขาตอนนี้ดำมืดและวาวโรจน์ด้วยรังสีสังหาร ที่แผ่กระจายออกมากดทับจนบรรยากาศรอบบริเวณเย็นเยียบลงฉับพลัน ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงไร้ซึ่งความรู้สึก ทว่ากล้ามเนื้อสันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นบ่งบอกถึงโทสะที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด

“เอามือสกปรกของแกออกจากภรรยาฉัน”

น้ำเสียงของอาทิตย์ตะวันไม่ได้ดังตวาด แต่มันทุ้มต่ำและเยียบเย็นจนสั่นประสาทคนฟังได้อย่างชะงัด กฤตย์เงยหน้าขึ้นมองมหาเศรษฐีหนุ่มด้วยความหวาดกลัวสุดขีด สัญชาตญาณเอาตัวรอดบอกเขาว่าผู้ชายตรงหน้าสามารถฆ่าเขาให้ตายได้ด้วยมือเปล่าโดยไม่ต้องพึ่งพากฎหมาย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป